ส. 30 พ.ย. | 1PROJECTS

Unloveable : ชาตินี้ที่รักเราคงรักกันไม่ได้

by SK secret killer - Kata Sangkhae Exhibition 30 November 2019 - 12 January 2020
Registration is Closed
Unloveable : ชาตินี้ที่รักเราคงรักกันไม่ได้

Time & Location

30 พ.ย. 2562 13:00 – 12 ม.ค. 2563 19:00
1PROJECTS, 672, 63 Soi Charoen Krung 28, Khwaeng Bang Rak, Khet Bang Rak, Krung Thep Maha Nakhon 10500, Thailand

About The Event

Unloveable : ชาตินี้ที่รักเราคงรักกันไม่ได้ 

by SK secret killer - Kata Sangkhae

(Scroll down for English version)

ชาตินี้เราคงรักกันไม่ได้ คำร้องในเพลงต้นฉบับของคุณเรียม ดาราน้อย ช่างเป็นวลีที่บอกถึงอารมณ์ ทั้งรัก ทั้งเกลียด การเสียดสี ความอาลัย และ บอกเล่าความรู้สึกต่างๆในใจศิลปินได้เป็นอย่างดี

ในผลงานที่ผ่านมาของ คธา แสงแข สามารถขยายความรู้สึกต่างๆ ในแต่ละช่วงชีวิต ที่มีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามากระทบรบกวนจิตใจ ทั้งนี้งานส่วนใหญ่ที่ผ่านๆมา คธา มักพูดถึงปัจจัยภายนอก เช่น การเมือง เศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม โดยเอาตัวเองไปสวม บทบาทเป็นคนอื่น เพื่อที่จะเข้าใจปัญหาและรับรู้ความรู้สึกที่ตัวละครที่เขาสวมบทอยู่ ทำให้สุดท้ายตัวตนภายในของคธาเอง สามารถรับรู้และพูดถึง ปัญหาที่เราทุกคนเผชิญอยู่ได้จากใจของเขาเอง วิธีการที่เขาสวมบทบาทเป็นคนอื่นในประวัติศาสตร์ เช่น Ned Kelly โจรป่าผู้โด่งดัง ของ ออสเตรเลียในช่วงศตวรรษที่ 19 ลักษณะคล้ายกับเสือต่างๆ ของบ้านเราในอดีต เช่น เสือฝ้าย หรือเสือใบ ผู้โด่งดัง จุดเชื่อมโยงคือ เป็นผู้อยู่นอก กฎหมาย อาจจะถูกกดขี่จากเจ้าหน้าที่รัฐ จากชาวบ้านสุจริตต้องหลบหนีเข้าป่า และตั้งชุมโจรเพื่อต่อสู้กับผู้มีอำนาจ

จากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ทำให้ศิลปินเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ที่ผู้มีอำนาจกดขี่ และลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้น ฐานของเราไป ถ้าเราลองสวมบทบาทเป็น Ned Kelly ผู้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจ เราอาจจะเข้าใจจุดยืนที่เราควรเป็นในภาวะสังคมแบบนี้ก็เป็นได้ (We are Ned Kelly / Our Sunshine / 2018 / Gallery Ver) และการสวมบทบาทเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นพิธีกรรมในการสำรวจภาวะภายในของตนเอง นั้น ก็ได้ปรากฏในผลงานอีกชิ้นในนิทรรศการเดียวกัน (Assasini / Our Sunshine / 2018 / Gallery Ver) การสวมบทบาทเป็นนักฆ่าอาชีพ เพื่อรับ รู้ถึงสภาวะภายในจิตใจของคนที่เหนี่ยวไกปืนจริงๆ เพื่อต่อสู้กับอำนาจที่กดขี่

ผลงานของคธา มักเกี่ยวข้องกับการทำร้ายกันในรูปแบบที่ซับซ้อน ความรุนแรงที่ซุกซ่อนมาในรูปของความรักความปรารถนาดีนั้น ทำให้เกิดบาด แผลทั้งภายนอกและภายในของมนุษย์ ซึ่งการต่อสู้กันในสมัยโบราณ เราต่อยกันด้วยหมัด ฟันกันด้วยดาบ หรือแม้กระทั่งยิงกันด้วยปืน เราก็สร้าง บาดแผลกันแค่ทางร่างกาย ซึ่งสุดท้ายเรายังให้เกียรติคู่ต่อสู้ของเราว่ามีฝีมือและมีศักดิ์ศรี แต่ในยุคเผด็จการทุนนิยมเช่นทุกวันนี้ คนเราทำร้ายกัน ด้วยอาวุธที่ซับซ้อน และทำร้ายกันในหลากหลายมิติ และไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ดังเช่นที่ คธา นำเสนอเราในงานชื่อ Companion Hands-Happiness Mudra (2018 / Bangkok Art Biennale) ผลงานชิ้นนี้เป็นการเย้ยหยั้นต่อความรักร่วมสมัยที่ฉาบฉวย และเคลือบแฝงด้วยผลประโยชน์ เบื้องหลังคำพูด หรือการแสดงออกถึงความรัก ความรักความปรารถนาดีแบบนี้ เป็นอาวุธที่ทำร้ายกันไม่แต่เพียงภายนอก แต่ยังมุ่งทำลายความรู้สึก และเจตจำนงที่ ดีในการมีชีวิต ปลุกจิตสำนึกแห่งความสงสัยและหวาดระแวงในใจคน ทำลายศรัทธาต่อเสรีภาพ และการแบ่งปัน คธาจึงตั้งคำถามผ่านงานศิลปะ ชิ้นนี้ที่เป็นประติมากรรมรูปหล่อมือและแขนของตนเองทำท่า hand heart หรือทำมือและแขนเป็นรูปหัวใจ เป็นการแสดงออกถึงความรักตามสมัย นิยมในวัฒนธรรม pop culture และใช้ลังกระสุน ซึ่งเป็นภาชนะบรรจุอุปกรณ์แห่งความเกลียดชัง โดยใช้เป็นฐานวางประติมากรรมรูป hand heart สีชมพูอมแดงนั้น ศิลปินต้องการตั้งคำถามถึงความขัดแย้งของการส่งความรักความปรารถนาดีที่ตั้งอยู่บนความเกลียดชัง

จากการทำความเข้าใจต่อผลงานที่ผ่านมาของคธา และจากการได้สัมผัสพูดคุยกับศิลปินตามวาระต่างๆ ก็ทำให้เข้าใจว่าผลงานชุดที่แสดงใน นิทรรศการครั้งนี้ ศิลปินยังสนใจความรุนแรงที่คนกระทำต่อกัน และความขัดแย้งที่ปรากฏอยู่ในทุกๆมิติของชีวิต ศิลปินกำลังสำรวจเข้าไปภายใน ของตน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อชีวิตส่วนตัว กอปรกับขณะเดียวกันก็เกิดเหตุการณ์วิกฤตต่างๆทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทย ในปัจจุบัน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนคนไทยทุกคน ทำให้เกิดความกดดันจากภายในอย่างรุนแรง และปะทุออกมาเป็น “ตัวตน” อีกตัว ตนของ “คธา” คือ “SK” Secret Killer...

“SK” Secret Killer เป็นตัวตนอีกตัวตนหนึ่งที่เป็นศิลปินเพลงแร็ป เพราะแนวดนตรี hip hop นั้น ถือกำเนิดขึ้นมาในสภาวะกดดัน และการขาดเสรี ภาพในการแสดงออกถึงความกดดันในการถูกกดขี่ทั้งร่างกายและจิตใจ จึงต้องหาพื้นที่ทางสาธารณะ ในการแสดงออกและประท้วงทวงถามต่อผู้ มีอำนาจที่ใช้มันกดขี่ผู้คน ดังนั้นจังหวะและ beat ของ hip hop จึงเปรียบเสมือนจังหวะของหัวใจที่เป็นขบถ และต่อกรกับอำนาจที่กดขี่ตนอยู่

ในนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการเดินทางเข้าไปสำรวจภายในของศิลปินเอง โดยมีไกด์นำทางคือ ตัวตน “SK” Secret Killer ผู้สร้างจังหวะแห่งการเดิน ทางไปในห้วงอารมณ์ทั้งปวง ตลอดช่วงเวลาแห่งการเจ็บปวด และกดดันจากสภาวะภายใน และจากปัจจัยภายนอก แสดงออกมาเป็นดนตรี hip hop ที่สร้างสรรค์มาจากข้อมูลภายในของคธา เพื่อเยียวยาและสร้างความเข้าใจตนเองของศิลปิน โดยร่วมกับศิลปิน hip hop มืออาชีพอย่าง Dajim Rap Thai และสร้างสรรค์ดนตรีโดย Brandnewdon & Norasarnti โดยเป็นการทำงานแบบ collaborate music project อันมีเนื้อหาเพลง จาก “SK” Secret Killer (คธา แสงแข) แร็ปโดย Dajim Rap Thai และ sound produced by Brandnewdon & Norasarnti

ผลงานในนิทรรศการประกอบด้วย ประติมากรรมหัวใจแก้ว, หัวใจของเล่น (ของลูก) ในขวด, ภาพถ่าย “SK” Secret Killer เป็น Marat, ภาพถ่าย self portrait บนวัสดุ และ งานดัดลวดเป็นตัวหนังสือบทกวีจากนักโทษกวนตานาโม (Poems from Guantanamo) โดยงานทั้งหมดมีความเกี่ยว เนื่องกันอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างเช่น หัวใจของเล่น (ของลูก) ซึ่งเป็นต้นแบบของประติมากรรมหัวใจแก้ว (ของพ่อ) ที่แสนจะเปราะบางพร้อมจะ แตกสลาย สำหรับผู้เขียนความหมายแฝงคือ นัยยะอันซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัวของศิลปิน นำมาซึ่งการผลงานต้นแบบซึ่งกันและกัน ของพ่อและลูก ของเล่นซึ่งพ่อให้ลูกเพื่อศึกษาร่างกายทางกายภาพสามารถถอดประกอบได้ แต่กลับกลายมาเป็นต้นแบบของหัวใจที่สร้างมาจากแก้วที่สามารถแตกสลายได้ทุกเวลา ถ้าเราสัมผัสอย่างไม่ระมัดระวัง ซึ่งจากความหมายนี้ที่ดูเหมือนหัวใจเล็กๆที่ซื่อตรงของลูกชายจะมาเป็นต้นแบบ ของประติมากรรมหัวใจอันเปราะบางของพ่อ แสดงออกถึงความผูกพันหรือความเป็นหัวใจดวงเดียวกัน แต่มี 2 เวอร์ชั่น คือ บริสุทธิ์และซื่อตรง กับ ซับซ้อนและเปราะบาง เปรียบเสมือนความสัมพันธ์อันมีขั้นตอนการสร้างขึ้นมาอย่างประณีตสวยงาม แต่กลับเปราะบางอย่างยิ่ง ผลงาน ประติมากรรมขนาดเล็กอีกชิ้น คือ คธาย่อส่วนในขวด ซึ่งศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นงานบูชาครูของเขาคือ Charles Ray เป็นบทสนทนาระหว่างอา จารย์และศิษย์ และแสดงออกถึงขั้นตอนการพัฒนางานและความคิดผ่านการใช้ small narrative เพื่อเล่า grand narrative ในส่วนของงาน ภาพถ่าย self portrait ทั้งสองภาพ สองตัวตน ศิลปินได้พยายามตอบสนองต่อสภาวะทางจริยธรรม และสภาวะภายในจิตใจของศิลปิน ซึ่งเป็นวิธี การของศิลปินร่วมสมัยที่นิยมผนวกเรื่องราวของตนเองกับเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ หรือแนวคิดใหญ่ๆ เช่น สัญญะทางศาสนาเพื่อการสื่อความ หมายที่กินความกว้างกว่าเรื่องของศิลปินแต่เพียงอย่างเดียว บางครั้งเรื่องราวในภาพก็จะละม้าย fantasy หรือการเล่นบทบาทล้อเลียน หรือแสดง ท่าเป็น (Posting) เพื่อดึงความหมายของบทบาทที่แสดงมาผนวกกับเรื่องราวส่วนตัวของศิลปิน เช่น “SK” Secret Killer is Marat (Death of Marat) ศิลปิน hip hop แสดงโดย คธา แสงแข ได้แสดงท่าทาง (Posting) แบบงานเขียนสำคัญของเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส (France Revolution) ของ Jacquces-Louis David จากปี 1793 ซึ่งเล่าถึงการฆาตกรรมผู้มีบทบาทสำคัญต่อการปฎิวัติฝรั่งเศส Jean-PualMarat นอนตายในอ่างน้ำ ใน วันที่ 13 กันยายน ปี 1793 ถูกลอบสังหาร โดย “หญิงสาว” ชื่อ Chor Lotte Corday โดยผลงานทุกชิ้นทั้งประติมากรรม ภาพถ่าย บทกวีลวดดัด ล้วนเชื่อมโยงกับความหมายในเพลง hip hop ของ “SK” Secret killer แต่งอย่างมีนัยยะสำคัญ

สรุปโดยรวมผลงานทั้งหมดใน นิทรรศการ “ชาตินี้ที่รักเราคงรักกันไม่ได้” หรือ “Unloveable” ได้นำเสนอภาพของความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่ ประกอบเข้ากันเป็นตัวศิลปินและสังคมที่ศิลปินอาศัยอยู่ สิ่งต่างๆรอบตัวที่หล่อหลอมให้ศิลปินมีบุคลิกที่คอยตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจในทุกๆสถาบัน ทั้ง บ้าน วัด สถานศึกษา รัฐ โลก โดยมีการนำเสนอผ่านงานที่มีคุณค่าทาง visual elements เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมเข้ามาใช้ความคิดผ่านสายตา ผ่าน ความคิด และผ่านเสียงเพลงที่ลอยมาตามลม.......แล้วผ่านไป

[เกริ่นนำและบทความประกอบนิทรรศการโดย นรเศรษฐ์ ไวศยกุล]

‘In this life, our love is impossible.’ These lyrics from a song by Riam Daranoi, best represent the artist’s inner feelings, full of

love, anger, longing and sarcastic sentiment.

Through his previous series, Kata Sangkhae explored his feelings in different periods of his life, unsettled by both internal and external forces. The majority of his works focus on the surroundings, such as political, economic and social issues. By having himself portray the role of others in order to understand the problems and emotions that particular character had to face, he transcends his inner self and is able to perceive and convey those problems from the heart.

One good example was when the artist played the role of Ned Kelly (We are Ned Kelly / Our Sunshine / 2018 / Gallery Ver), a real-life figure and renowned Australian bushranger of the 19th century. Ned Kelly was like those Thai outlaws of the past such as the famous Sua Fai and Sua Bai. They shared the same connection. All used to be honest and normal citizens but as a result of oppression from authority, were forced to go on the run and join a gang to fight injustice.

Inspired by this historical event, the artist creates a comparison to our modern society where life and fundamental freedoms are constrained by those in power. If we try to act and feel like an outlaws who stand up against this oppression, we may be able to understand the position and stand firm against the social condition. Sangkhae’s enactment, which seems like a ceremonial transformation and exploration of his inner condition, appeared in another work from the same exhibition, (Assasini / Our Sunshine / 2018 / Gallery Ver). Here, he became an assassin, in order to understand the psychological state behind those that have to pull the trigger to fight injustice.

Sangkhae’s works tend to present and involve complex patterns of abuse, the subtle violence concealed underneath what seems to be an act of love and caring, abuse that creates both physical and mental wounds. In ancient times, we fought with fists, swords, and even guns, causing injuries to the body of an opponent. Yet there was some mutual respect for each other’s tactics and honour. But now, in this capitalist dictatorship society, people harm each other with more complex weaponry and injuries happen at many layers of life, without honour or integrity.

In Companion Hands-Happiness Mudra (2018 / Bangkok Art Biennale), Sangkhae ridiculed modern love, which is shallow and advantage seeking. Behind all the romance, sweet words and acts there is a hidden weapon that may not only cause physical injury but can damage a person mentally, crushing his or her feelings and purpose in life, creating self-doubt and distrust, and destroying a sense of freedom and generosity. He explored this issue through the sculptural forms of the artist’s hands and arms, shaping them into a heart shape, in reddish pink colours, symbolic of love in pop culture. He used a bullet crate as a platform, signifying a containment of hatred. The juxtaposition of the sculpture and its base was how the artist chose to question the love and well meaning that is set on a base of resentment.

Having followed Sangkhae’s work and having had numerous conversations with him, makes me see this exhibition as a continuance of his interest in the violence people inflict on each other and the occurrence of conflict in all dimensions of life. The artist explores within, through his personal experience, while at the same time, outer influences from the political, economic and social situations in Thailand, which directly affect every individual, causes added frustration and pressure to build up within, bursting into another identity for the artist: “SK” Secret Killer.

“SK” Secret Killer is a rapper. Hip-hop music originated from the social condition where people were physically and psychologically constrained, and lacked freedom of expression. These people searched for a public sphere to express their opinion, to protest and to request an answer from those in power. Its rhythm and beats become the heartbeat for rebels who fight injustice and ill treatment from the tyranny of authority.

 This exhibition is a journey within the artist’s mind and emotions with “SK” Secret Killer as a guide who sets the rhythm of the expedition. Feelings that have been through painful and stressful periods as a consequence of inner and outer elements find an outlet in the form of hip-hop music, which acts as a remedy and a guide toward self-understanding. The work is a collaboration project with a well-known rapper, Dajim Rap Thai, with sounds produced by Brandnewdon & norasarnti, and lyrics by “SK” Killer (a.k.a. Kata Sangkhae)

Works in this exhibition consists of a heart-shape blown glass sculpture, a miniature heart anatomy toy (his son’s) in a bottle, a photograph of “SK” Secret Killer in the style of tableau vivant from the Death of Marat painting, self-portrait photography on objects, and a pattern of wires in the shape of texts from Guantanamo prisoner poems. All works are connected and share significant implications. The child’s heart anatomy toy, which can be pulled apart, given by a father to his son, becomes a model for the heart shaped sculpture of the father. Made from glass, the work is so fragile, easily broken apart if not handled carefully. Personally, I believe that this implies a complex relationship within a family, where both roles, father and son, and the works, act as a model for each other. A small pure heart acts as a model for the father’s fragile heart, representing the bond and love between the two. One is pure and innocent, the other is delicate and complex. In this work, both hearts become one, representing a relationship that is elegantly crafted and yet extremely fragile. Another small sculpture piece is a miniature heart in a bottle. Sangkhae made this piece as a tribute to his teacher, Charles Ray. The work acts as a communication piece between a teacher and a student, presenting a process of artistic development, using a small narrative to express a grand story.

Sangkhae responds to the moral and mental state within through two self-portrait photographs. This is how many contemporary artists try to individually associate with historical contexts and grander ideals. Religious relics and symbols were used to represent greater meaning beyond the artist himself. Sometimes, those images are reminiscent of a fantasy or a play, where the artist poses and acts, as a way to draw a meaning from the role he portrays, combined with the artist’s personal story. In “SK” Secret Killer is Marat (Death of Marat), a hip-hop artist, portrayed by Kata Sangkhae, is posing and reenacting a scene from a famous painting, the Death of Marat, by Jacquces-Louis David. The piece is inspired by a real event during the French Revolution, when Jean-Paul Marat, a prominent figure during the revolution, was murdered in a bath tub by a woman named Chor Corday on September 13th, 1793. All works including sculptures, photography and poetry-patterned wires are interconnected and included within the lyrics of a hip-hop song composed by “SK” Secret killer.

“Unloveable” exhibition presents an interrelationship between each object, entity and fragment, embodying the artist’s identity and his surroundings. They are the factors that made him the person he is, who always questions the implementation of power by authorities and institutions, from the basic family unit, to temples and religions, educational institutions, governments and the global state. Through various visual elements, viewers are invited to form their own opinion using sight, thought, all the while listening to the music that fills the air.

[Introduction and exhibition article by Noraset Vaisayakul]

Registration is Closed